• Black Google Places Icon
  • Black Google+ Icon
  • Black YouTube Icon
  • Black Facebook Icon

44 Ratchawithi Road,  Bang Phlat Bangkok 10700

© 2018 by Kinjai contemporary 

Bleh exhibition

Kanitharin Thailamtong

Nareekul Thoopphuttha

23.03.2018 - 23.04.2018

เมื่อวาทกรรมและชุดความคิดถูกผลิต ส่งผ่าน จากรุ่นสู่รุ่นในสังคมกลายเป็นเหมือน “เส้นกรอบที่มองไม่เห็น” ซึ่งหยั่งรากฝังลึกจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันทางวัฒนธรรม นำมาสู่การตั้งคำถามของสองศิลปินต่อบริบทรอบๆตัวในสังคมปัจจุบัน ที่ถูกโอบล้อมและขับเคลื่อนไปด้วย “ สื่อ” ที่มีความหลากหลาย จนทำให้การรับสารและส่งต่อชุดความเชื่อที่ไม่มีคุณภาพเกิดขึ้นมากมายในสังคม โดยถูกนำเสนอผ่านทัศนะของสองศิลปิน ซึ่งมีสองประเด็นหลักที่จะถูกพูดถึงในนิทรรศการครั้งนี้ โดย กนิษฐ์ มุ่งไปที่การตั้งคำถามต่อชุดความเช่ือที่ถูกกระตุ้นจากสื่อ เช่น รายการประกวดต่างๆ ภาพยนต์ ละคร ที่พยายามจะบอกว่าทุกคนเป็น“คนพิเศษ” (Talented People) และโลกต้องการคนพิเศษ

 

ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามตามมาที่ว่า จริงๆแล้วโลกต้องการเพียงคนธรรมดารึเปล่า? และตอนนี้เรามีคนพิเศษมากเกินไปจนทำให้ความเข้าใจพื้นฐานกลายเป็นพลังพิเศษไปแล้ว? ส่วน เอิบ นรีกุล กลับมุ่งเป้าไปพูดถึงเรื่องที่กว้างกว่าและดูไกลตัวกว่าสำหรับสังคมปัจจุบัน อย่างเรื่องของ สภาวะโลกร้อน ที่ผู้คนส่วนมาก “ละเลย” เพิกเฉย แม้กระทั่งตัวบทสำคัญอย่าง สื่อ ที่เลือกจะหยิบยื่นพื้นที่ข่าวสารให้ กับ ประเด็นสาระอื่นๆ จิปาถะในสังคมมากกว่า และมันกลายเป็น “ความละเลยที่ดูเบ็ดเสร็จ” ซึ่งไม่ควรถูกมองข้ามในทัศนะที่ เอิบ นรีกุล กล่าวถึง

จากประเด็นดังกล่าวไม่มีภาษากายไหนจะเหมาะสมไปกว่าการ เบ้ปากมองบน จนกลายเป็น”มองบน”(Bleh) นิทรรศการแสบๆคันๆ ของสองศิลปินหญิงรุ่นใหม่ อย่าง เล่ กนิษฐรินทร์ ไทยแหลมทอง เจ้าของเพจดังที่มีคาแรคเตอร์หน้าตายอย่าง Kanith และ เอิบดิ้ง นรีกุล ธูปพุทธา N8K ศิลปินหน้าใหม่ชาวพระประแดง ที่จะนำเสนอจริตเสียดสีประชดประชัน ต่อวาทกรรม ความเชื่อ และความสำเร็จรูปที่เกินพอดีในสังคม ผ่านผลงานทัศนศิลป์ในลักษณะของป๊อบอาร์ท ที่เรียบง่ายแต่แยบคาย ตามทัศนะของบุคคลชายขอบที่ได้แต่เพียงเฝ้ามอง(บน)

     In the society, when discourse and mindset were produced and delivered from generation to generation, they were turned into “the invisible frame” which have been deeply rooting, becoming a belief. This leads two artists to question about contexts in the society nowadays that are supported and driven by various type of “media,” which widely creating mediocre communication throughout the society. So, these problems were presented through the artists’ attitudes. There are 2 main aspects that will be discussed in this exhibition. For Kanith, he chiefly focuses on the questioning of the mindsets which were roused by media i.e. reality shows, movies, tv-series. Theses media are trying to illustrate that “everybody is special” and the world needs special people.

 

     This lead to the following question ‘Isnt’ the world just wants a simple people?’ and ‘Do we have to much special people so that basic understanding becomes special power?’ Apart from Kanith, Erbding Nareekul focuses on expressing a broad and distance topic in the society such as Global Warming which most people ‘neglect’ even the important factor like media are more emphasising on (un)important topics in the society instead of important topic that is public uninterested

     From the attitude, there’s no body languages which is best describe like meh which was turned into “Bleh” The mocking exhibition of two new generation female artists like Kanitarin Thailaemthong, the owner of a famous web page with straight face character ‘Kanith,’ and Erbding Nareekul Thoopphuttha, a new generation artist from Pra Pa Daeng, who will present a sarcastic, satirical manner against discourse, belief and excessive convenience in the society by a normal-but-cunning Pop art work from the attitude of marginal people who can only glance (up)